รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์ส่องกล้องตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่ รพ.ศรีสะเกษ ชี้แจงสามารถใช้บัตรทองเข้ารับบริการได้ และห่วงชายแดน หากปะทะรอบ 3 ทีมแพทย์พยาบาลพร้อมซัปพอร์ต




วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ โรงพยาบาลศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นาย อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวีดศรีสะเกษ นำคณะนายแพทย์ เจ้าหน้าที่สำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่ง ในจังหวัดศรีสะเกษ คณะแพทย์ – พยาบาล ร่วมให้การต้อนรับ นาย พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายแพทย์ สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่เดินมาเป็นประธาน ร่วม เปิดศูนย์ส่องกล้องลำไส้ ใหญ่ Colonoscopy ที่ โรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อการป้องกัน และรักษา โดยยังสามารถใช้บริการผ่านสวัสดิการบัตรทอง 30 บาท รักษาทุกโรคได้ จากนั้นได้ตรวจสอบอุปกรณ์ ห้องส่องกล้อง ห้องแล็ป พบปะ มอบนโยบาย ให้กำลังใจ แก่ทีมคณะแพทย์ – พยาบาลในห้องส่องกล้อง มอบกำลังใจแก่ผู้ที่รอเข้าคิวในการเข้าตรวจ ผ่านระบบส่องกล้อง ขณะเดียวกัน ยังได้มอบนโยบาย ให้กับทีมงานแพทย์ – พยาบาล หากเกิดเหตุการณ์ ปะทะตามแนวชายแดนขึ้น ในรอบที่ 3 ที่ประชาชนกำลังหวาดหวั่น ว่าอาจจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ระบุว่า ทีมงานแพทย์ – พยาบาล พร้อมในการดูแล เคลื่อนย้าย ผู้ป่วย จากบ้าน และจาก รพ.ตามแนวชายแดน โดยให้เร่งศึกษา ประเมิน ในการปฎิบัติงานเมื่อครั้ง ที่เกิดการประทะมาแล้ว 2 รอบ เป็นบทเรียน



นาย พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันนี้ก็ได้รับเกียรติมา เปิดศูนย์ส่องกล้องลำไส้ ใหญ่ Colonoscopy ก็ต้องเรียนว่า มะเร็งลใส่ใหญ่ ก็เป็นอีกโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยในปีหนึ่งก็ไม่น้อย เพราะฉะนั้นเราก็มาคัดกรองเพิ่มขึ้น และประสงค์ที่จะขยายศักยภาพ ในการตรวจคัดกรอง และนำไปสู้การรักษา ซึ่งกลุ่มเสี่ยงของมะเร็งชนิดนี้ ก็มีประมาณ 20 ล้านคน และหากตรวจพบในระยะเริ่มต้นก็จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ ในการตรวจด้วยการส่องกล้อง ก็จะนำไปสู่การรักษาให้กับประชาชนในลำดับต่อไป ที่สำคัญในการเข้ามารับบริการตรวจด้วยการส่องกล้องระบบนี้ สามารถใช้บัตรทอง 30 รักษาทุกโรค ซึ่งครอบคลุมอยู่แล้วได้



ขณะเดียวกัน ได้มีการพูดคุยกับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ว่า เบื้องต้นมองว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดน ในปัจจุบันยังไม่มีสัญญานปะทะรอบใหม่ และสถานการณ์ยังปกติ ยังไม่มีสัญญาณของการปะทะใดใดที่จะเกิดขึ้นมาได้ แต่ว่าพวกเราก็ไม่ประมาท ซึ่งบ่ายนี้ได้มีการประชุม ซักซ้อมสภาวะฉุกเฉิน โดยสรุปว่า หากเกิดเหตุขึ้น เรามีมาตรการ ขั้นตอน 1 – 2 – 3 และ 4 อย่างไรแล้ว พร้อมการตรวจสอบประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในคราวที่แล้ว 2 ครั้ง เพื่อมาประเมินว่า มีกระบวนการใด ที่เราจะสามารถ นำมาปรับใช้ หรือว่าปรับปรุง ให้เกิดความปลอดภัย ในการรับมือมากยิ่งขึ้น หากมีกรณีมีการปะทะตามแนวชายแดนเกิดขึ้น และตอนนี้ ต้องเรียนว่าเราไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดใดนี้ขึ้น แต่ก็จะไม่ตั้งอยู่บนความประมาท รมต.สธ.กล่าวปิดท้าย


ภาพ/ข่าว ทีมข่าว Timenews เวลาข่าว เวลาคุณ / ศรีสะเกษ