ประเพณีแซนโฏนตา ( แซน โดน ตา ) สาดเขมร ที่จัดขึ้นเพื่อรำลึก บูชา บุญคุณ กตัญญูต่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับของชนเผ่าเชื้อสายเขมร หรือขอม ในงานบุญเดือน 10 วันนี้เขมรกัมพูชา จ่อมาเครม ว่าเป็นของเขมร



บ่ายของวันที่ 12 กันยายน 2568 ที่ หน้าลาดพระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน ตากะจะ พ่อเมืองคนแรกของจังหวัดขุขันธ์ ที่มีประวัติการก่อตั้งเมืองมายาวนานกว่า 1 พันปี ในสมัยอาณาจักขอมโบราณ พร้อมกับชื่อของเจ้าเมืองขุขันธ์ ท่านแรกในยุคขอมโบราณคือ พระก็อมรอแตงชคตศรีขัณฑเรศวร แห่งเมืองสด๊กโคกขัณฑ์ ผ่านมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าเอกทัศน์ ในปีพุทธศักราช ๒๓๐๒ ตาสุ หรือ ตาไกร ที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า ตากัญจะฮฺ (ตากะจะ) เนื่องจากท่านเป็นนักรบรูปร่างสูงใหญ่ เป็นหัวหน้าชาวเขมรป่าดง ร่วมกับเชียงขันธ์ ผู้น้อง แห่งหมู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน อันเป็นชุมชนโบราณดั้งเดิมของเมืองขุขันธ์ ได้ร่วมกันกับทหารเอกคู่พระทัย คือทองด้วง (อดีตล้นเกล้า ร.1) จับพระยาช้างเผือก ของสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ แห่งกรุงศรีอยุธยา ที่ได้แตกโรงหนีออกจากโรงช้างเตลิดเข้าป่าโดยมุ่งหน้ามาทางทิศตะวันออกสู่ป่าเขตเทือกเขาพนมดงเร็ก ได้ออกติดตามจนพบ สามารถจับพระยาช้างเผือกได้ และตามคณะนำส่งถึงกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอยู่หัวฯ จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ ตากะจะ หรือตาไกร ต่อมา ตากะจะ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ ท่านแรกในยุคบั้นปลายกรุงศรีอยุธยา ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๙ โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อเมืองขุขันธ์ เป็นชื่อ จังหวัดขุขันธ์ และในปีพุทธศักราช ๒๔๘๑ เปลี่ยนชื่อจังหวัดขุขันธ์ เป็นชื่อจังหวัดศีร์ษะเกษ พร้อมการสืบสานประเพณีงานบุญเดือน 10 และเรียกต่อๆ กันมา ว่า “ประเพณีแซนโฏนตา บูชาหลักเมือง ลือเรื่องกล้วยแสนหวี” มาจนทุกวันนี้ พอเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย กับกัมพูชา ชาวเขมารมาอ้างว่า ประเพณีแซนโฏนตา เป็นของชาวเขมร ซึ่งสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ บอกว่าเป็นประเพณีของชนเผ่าเขมร ที่มาจากขอมโบราณในแถบนี้ ไม่ใช้ของเขมร อย่าคิดมาเครม



โดย นายพงษ์ธร จันทร์สวัสดิ์ นายอำเภอขุขันธ์ พร้อมด้วยนายกกิ่งกาชาด, ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์, ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดงานสืบสานประเพณี แซนโฏนตา บูชาหลักเมือง ลือเรื่องกล้วยแสนหวี ของชาวอำเภอขุขันธ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน โดยเริ่มจากนางรำกว่า 300 ชีวิต จาก 23 ตำบลในเขตอำเภอขุขันธ์ มารำถวายบูชาหลักเมืองขุขันธ์ พร้อมกับการโชว์ตัวละครโขนอนุบาล กับนักแสดงที่อายุน้อยๆ ของนักเรียนชาย – หญิงอนุบาลขุขันธ์ แต่มากด้วยความสามารถ ที่จะเปิดแสดงในค่ำของวันที่ 18 – 19 กันยายน 2568 ซึ่งปีนี้ ได้จัดให้การแสดง แสง – สี เสียง ละครประวัติศาสตร์เมืองขุขันธ์ จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาชมกัน ในคืนของวันที่ 18 กันยายน ซ้อมใหญ่ 19 กันยายน 2568 แสดงจริง “งานช้างต้องที่สุรินทร์ งานบุญบั้งไฟต้องยโสธร งานแห่เทียนพรราต้องที่อุบลราชธานี แต่ถ้างานประเพณีแซนโฏนตาต้องที่ขุขันธ์”



ขณะที่ นายวัชรินทร์ สอนพูด ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ แถลงว่า ปราสาทขอมนั้น ชาวศรีสะเกษ ไม่เคยเรียกว่า ปราสาทเขมร ตัวหนังสือในยันต์ เราก็ไม่เคยเรียกว่า อักษรเขมร แต่นั้นคืออักษรขอม เกจิอาจารย์ที่สักยันต์ต่างๆ เราก็ไม่เคยเรียกว่า ตัวหนังสือเขมร นั้นก็คือตัวหนังสือขอม และประวัติศาสตร์จารึกในคำภีร์ใบลาน มันชัดเจนว่า เรามีอักษรขอม ซึ่งบันทึกทางประวัติศาสตร์ มาเป็นระยะเวลาเป็นพันปี เราจึงมีสิ่งนี้เกิดขึ้นในแถบอีสานใต้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ เราจึงกล้าประกาศตรงนี้ ว่า แซนโฏนตา เป็นของเราที่เขมรกำลังมาเครม ดังนั้นแล้ว แซนโฏนตา ที่จะเกิดขึ้นที่อำเภอขุขันธ์ เป็นมนต์เสน่ห์ที่จะแสดงออกถึงความกตัญญู ว่าผู้คนคนรุ่นใหม่ จะสืบทอดสิ่งเหล่านี้ไป ไม่ว่าในระดับครอบครัว ในชุมชน ในสังคม หรือมาติภูมิ มันเป็นเรื่องที่พวกเราตอบแทนในการมีกตัญญู ( กับภาพความยิ่งใหญ่ แฟ้มภาพจากปีที่แล้ว ทั้งขบวนแห่ ช้าง การเซ่นไหว้ ) กับภาพความยิ่งใหญ่ ความศักดิ์สิทธิ์ ความขลัง กับพลังของชนเผ่าเขมร หรือขอม ที่สืบทอดกันมา นั้นก็คือ การจัดขบวนแห่เครื่องเซ่นไหว้ จากทุกชุมชน 23 ตำบล 23 ขบวน โดยมีขบวนช้าง 9 เชือก เดินขบวนนำเครื่องเซ่นไหว้มาประกอบพิธี ถวายแด่ดวงวิญญาณของตากะจะ หรือ พระยาไกรภักดีศรีนครลำนวน ในค่ำของวันที่ 19 กันยายน 2568 ขบวนแห่ 23 ขบวน ที่มีสาวงามจาก 23 ตำบล แต่งกายด้วยชุดชนเผ่า ร่ายรำนำขบวนมาอย่างยิ่งใหญ่ งดงาม ก่อนมาร่วมประกอบพิธีเซ่น ไหว้ แซนโฏนตา หน้าอนุสาวรีย์ ตากะจะ ยามค่ำคืน แห่งนี้นั้นเอง




//////////////////////////
ภาพ / ข่าว ทีมข่าวไทม์นิวส์ / ศรีสะเกษ