ชาวบ้าน จาก 5 ตำบล ร่วมกันรังสรรค์งาน 33 ปี อำเภอเบญจลักษ์ เทศกาลอาหารพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน 1 ใน 22 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 กิจกรรมสร้างสรรค์




ค่ำของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ หน้าที่ว่าการอำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีชาวบ้าน จาก 5 ตำบล ร่วมใจกันรังสรรค์ จัดงาน 33 ปี ก่อตั้งอำเภอเบญจลักษ์ กับเทศกาลอาหารพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน 1 ใน 22 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 กิจกรรมสร้างสรรค์ โดยมี นายปวิช รัตวาลย์ นายอำเภอเบญจลักษ์ ร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการ ในอำเภอเบ็ญจลักษ์ และพ่อค้า ประชาชน ทุกหมู่เหล่า ให้ต้อนรับ นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ที่เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน ชมขบวนแห่ ชมการรำเปิดงาน อันสวยงาม ชมพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน จำนวน 5 ขบวน ของ 5 ตำบล ที่นำรถมาตบแต่ง จากพืชผลทางการเกษตร ที่ปลูกกินเอง เหลือก็เก็บขาย จำหน่ายไปยังผู้บริโภค ที่รู้จักกันว่า พืชผักจากมือของเกษตรกร ในอำเภอเบ็ญจลักษ์ ทานแล้วปลอดภัย สุขภาพดี แข็งแรง เพราะปลอดจากสารเคมีทั้งมวล






นายปวิช รัตวาลย์ นายอำเภอเบญจลักษ์ กล่าวว่า การจัดงาน 33 ปี อำเภอเบญจลักษ์ กับ เทศกาลอาหารพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน ประจำปี2569 ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาอำเภอเบญจลักษ์ ให้เป็นเมืองหลักทางการเกษตรที่มีคุณภาพ โดยเป็นเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย และหมายหลัก ในการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และผู้บริโภคมีความปลอดภัย และการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาลแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง2 และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยสภาพพื้นที่อำเภอเบญญจลักษ์ เป็นพื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างสมบูรณ์ ราษฎรส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม ซึ่งมีพืชการเกษตรหลากหลายชนิด เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอื่นๆ นอกจากนี้เกษตรกรในพื้นที่มีการเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริม อำเภอเบญจลักษ์ จึงได้จัดทำโครงการเพื่อเป็นการส่งเสริมการเกษตร แบบยั่งยืนตลอดไป



โดยได้มีกลุ่มอาชีพที่ทำการเกษตร ปลูกพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน อาหารปลอดภัย มาเปิดร้าน จัดแสดง และจำหน่าย แก่นักท่องเที่ยว ตลอดงานที่จะมีไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ด้วย

///////////////////////