จังหวัดศรีสะเกษ เปิดงาน “เมืองจันทร์เทราะมอไฮ” ของชาวบ้าน ประชาชนเผ่ากูย เพื่อสืบสานเชื้อสายให้คงอยู่ สู่ลูกหลาน แม้วันนี้จะมีการเพียงภาษาพูด ภาษาเขียนได้ถูกกลืนหายไป แต่ประเพณี วัฒนธรรม ยังคงอยู่



ค่ำของวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ พี่น้องประชาชน คนเผ่ากูย ที่วันนี้จะเหลือเพียงภาษาพูด คือ ภาษากูย หรือ ที่รู้จักกันว่า ภาษาส่วย ของชนเผ่าส่วย แต่ตัวหนังสือ ภาษากูย หรือภาษาส่วย นั้นได้หายไปนานแล้ว จากการกลืนกินของวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ แต่รากของวัฒนธรรมของเผ่ากูย ยังคงมีการรักษา สืบสาน ต่อยอดเอาไว้ให้ลูกหลาน วันนี้จึงได้จัดขบวนแห่ง ชนเผ่ากูย เพื่อมาร่วมสืบสานงาน “เมืองจันทร์เทราะมอไฮ” ซึ่งเป็นภาษากูย หรือภาษาส่วย ที่แปลว่า เมืองจันทร์ยินดีต้อนรับ ขบวนแห่ของชนเผ่ากูย ของอำเภอเมืองจันทร์ ที่มี 2 ตำบล กับ 1 เทศบาล แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่น้ำใจใหญ่ ร่วมกันจัดงาน เพื่อเป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอด ประเพณี วัฒนธรรม ของชนเผ่ากูย เมืองจันทร์ เอาไว้ให้ลูกหลานได้รักษาต่อไป






โดยวันนี้ นายสมศักดิ์ เอ่งฉ้วน นายอำเภอเมืองจันทร์ ประธานการจัดงาน ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ว่า อำเภอเมืองจันทร์ มี 3 ตำบล 52 หมู่บ้าน ประชากร 17,556 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เป็นชนเผ่ากูย หรือ เผ่าส่วย มีภาษาพูดเป็นภาษาส่วย หรือกูย เป็นของตนเอง ผลไม้ที่ขึ้นชื่อ สร้างเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ก็คือ ส้มโอ เมืองจันทร์ ที่ได้ชื่อใหม่เป็นส้มโอศรีสะเกษ และในการจัดงาน เมืองจันทร์เทราะมอไฮ ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเมืองจันทร์ ส่งเสริมภาคเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชุมชน สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดศรีสะเกษ “ศรีสะเกษ จากเมืองรอง สู่เมืองหลัก พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ให้กับประชาชน” โดยมี นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษร่วมพิธีในครั้งนี้ พร้อมชมการแสดงของสาวชนเผ่ากูย ด้วย แม้ว่าตามแนวชายแดนวันนี้ จะยังมีการยิงปะทะกัน แต่อำเภอเมืองจันทร์ ก็ถือว่า อยู่ไกลมาก ซึ่งทุกวินาที ทุกคนก็จะต้องทำมาหากิน สร้างรายได้ เพื่อไว้คอยสนับสนุนกันในจังหวัดศรีสะเกษ เองด้วย



ภายในงานยังได้มีแสดง และจำหน่ายสินค้า โอทอป สินค้าพื้นบ้าน ของชนเผ่ากูย พริก หอม กระเทียม ข้าวสาร ตั๊กแตน แมลงทอด ปูนาย่างเตาถ่าน หอมไปไกล ใครได้กลิ่นก็ต้องมาซื้อไปทดลองทาน โดยงานได้จัดขึ้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ในระหว่าง วันที่ 12 – วันที่ 14 ธันวาคม 2568 นี้เท่านั้น
///////////////////////