“นุชนาถ เปิดเวทีหาเสียงเขต 9 ในนามพรรคกล้าธรรม แจงชัดไม่ใช่ สส.งูเห่า ย้ำทำตามเสียงประชาชน”

อดีต สส.เพื่อไทย นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร วันนี้เป็นผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม ในเขต 9 หมายเลข 9 หวังนั่งตำแหน่งเดิม เปิดเวทีปราศรัยหาเสียง สยบข่าวที่ถูกกล่าวหาเป็น สส.งูเห่า โหวดสวนมติพรรค โหวดเลือก อนุทิน เป็นนายก วันนี้ขอทำตามเสียงประชาชน

วันที่ 21 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.30 น.ที่ ลานวัดหนองคูน้อย ตำบลเป๊าะ อำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ้งเป็นพื้นที่เขต 9 นาง นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ผู้สมัคร สส.เขต 9 ในนามของพรรคกล้าธรรม ได้ขึ้นกระบะรถยนต์ ที่มีชื่อ ป้าย หมายเลขของผู้สมัคร ติดข้างรถชัดเจน เพื่อปราศรัยหาเสียง แถลงนโยบาลพรรคกล้าธรรม ที่ขอทำเพื่อประชาชน ไม่มีนโยบายขายฝัน ลมๆ แล้งๆ เพื่อให้ประชาชนเลือก และที่ผ่านมา ผลงานชัดเจน ที่ทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการประสานของบในการทำถนน ไฟฟ้า ประปา การอภิปรายต่อสู้เพื่อปากท้องของประชาชน ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่า 2 ปีที่ผ่านมา จะทำหน้าที่ในนามของ สส.พรรคเพื่อไทย แต่เชื่อว่า คนในเขต 9 จะเลือกบุคคล มากกว่าเลือกคนใหม่ในพรรคเดิม และวันนี้ขอชี้แจงว่า ทำไมยกมือโหวดให้นาย อนุทิน เป็นนายก ทำไมย้ายพรรคมาพรรคกล้าธรรม

นางนุชนาถ ผู้สมัครหมายเลข 9 ในเขต 9 เปิดเผยว่า ในขณะที่เกิดวิกฤตคลิปเสียงอุ๋งอิ๋ง กับฮุนเซน ออกมา ครูนุช อัดอั้นตันใจ เพราะว่า ก่อนหน้านั้น ครูนุช เอาปัญหาของเกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ ในเรื่องเงิน 10,000.-บาท ไปพูดในพรรค แล้วพรรคก็รับปาก แต่เมื่อรับปากแล้วทำไม่ได้ ในเมื่อพรรคทำไม่ได้ ครูนุช บอกพรรคเลยว่า จะขอยกมือสวนมติพรรค เพราะเรื่องนี้คือเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน แล้วต่อมาคลิบอุ๋งอิ๋ง กับฮุนเซน หลุด ครูนุช รู้แล้วว่า สถานการณ์มันจะเลวร้ายลง ต้องเกิดการต่อสู้ระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา  ครูนุช ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชน โดยการยุบสภา แล้วเรามาเลือกตั้งใหม่ ในขณะที่ยังไม่มีการยกมือโหวดนายก คนใหม่ ปรากฏว่า งูเห่าออกมาล่ะ เพราะรู้ว่า ครูนุช ทำจริงเพื่อประชาชน ย้อนไปเมื่ออยู่พรรคเพื่อไทย เวลามาหาเสียง พรรคบอกว่า เงิน 10,000.-บาท ได้ทุกคน อายุ 16 ปีขึ้นไป และสินค้าของเกษตรกร ราคาดีขึ้นทุกอย่าง แต่พอได้ตำแหน่ง ทำไม่ได้ คนที่รับหน้า คือ สส.ในพื้นที่ เราไม่รู้จะพูดอย่างไรกับพี่น้องที่เลือกเรา ที่เป็นเกษตรกร จึงทำให้ครูนุช ต้องย้ายพรรค

แต่มาวันนี้คำว่า งูเห่า เป็นแค่วาทะกรรม เพราะว่าครั้งหนึ่ง ท่าน ชลน่าน ศรีแก้ว เคยลงมาหาเสียง ไล่หนู ตีงูเห่า แล้วไปจับมือกับพรรคภูมิใจไทย กับเพื่อไทย แล้วมีคนถามว่า ไล่หนูตีงูเห่าคืออะไร ดิฉันจำไปว่า ท่านชลน่าน พูดออกมาเต็มปากว่า มันเป็นแค่วาทะกรรม ถามว่าคนศรีสะเกษ เจ็บใจไหม สส.ครูนุช ก็เจ็บใจน่ะ ซึ่งวันนี้มาสมัครในนาม พรรคกล้าธรรม มั่นใจ เพราะที่ยืนอยู่ด้านหลังนี้ คือพี่น้องประชาชน เกษตรกร เค้าเดือนร้อนเรื่องปากเรื่องท้อง และทุกคนต้องการให้ครูนุช ไปเป็น สส.ในเขตนี้ และตอนที่เราออกจากพรรคเพื่อไทย เราไม่ได้ระบุว่าเราจะไปอยู่พรรคไหน โดยกระแสพี่น้องบอกว่า หากจะทำเพื่อเกษตรกรต้องมาพรรคกล้าธรรม เพราะพรรคนี้ ทำเพื่อพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง และไม่มีกังวล ผลงาน 2 ปี ทำมาแล้ว อย่างเช่นปัญหา เรื่องยกราคาหอมแดง และการจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจ จัดงานให้มีการค้าขายของคนพื้นที่ ดึงคนมาเที่ยวอำเภอราษีไศล เพื่อสร้างรายได้ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แม่น้ำมูล เล่นน้ำสงกรานต์กลางลำน้ำมูล ซึ่งครูนุช คิดนอกกรอบ ครูนุช ทำมากกว่าพูด มากกว่าการร่างนโยบาย ไปพูดในสภาฯ แค่นั้น                  

ท้ายสุด ประชาชนผู้มาร่วมรับฟังการปราศรัยในวันนี้ หลังเลิกเวที ขณะจะเดินทางวกลับบ้าน นายปัญญา ไชนบุตร อายุ 65 ปี เล่าว่า ในการเลือกตั้งงวดนี้ ตนก็จะเลือกคนที่ดี ไปเป็นผู้แทน โดยอยากให้ช่วยมากๆ ก็คือ ทางราคามันฯ ราคาข้าว เพราะไม่มีราคามาหลายปี ขายได้ก็แต่ขาดทุนมาตลอด ดูแลปากท้องประชาชน และการเลือกครั้งนี้ ตนเชื่อว่าจะไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพราะเขาก็กลัวว่าจะไม่ได้ เพราะจะไม่ได้ทำงาน เพราะขายสิทธิ์ขายเสียง ถูกจับก่อน   

และ นายรัตน์ อินทา อายุ 77 ปี เล่าเช่นกัน ว่า ตนก็อยากได้คนดีมาเป็นผู้แทน ส่วนนายกรัฐมนตรี ก็อยากได้คนดี ซึ่งตอนนี้เท่าที่ดูตามข่าว ที่มีการประกาศตัวว่าที่นายกฯ ออกมาให้ประชาชนได้พิจารณา ตนมีในใจแล้ว แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นใคร ไม่ว่าจะเป็นคนเก่า หรืออาจจะเป็นคนไม่ ขอไม่บอกตอนนี้   

///////////////////////

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!